บริการเดินระบบท่อแก๊ส Steam Boiler

บริการเดินระบบท่อแก๊ส Steam Boiler


ประเภทเชื้อเพลิงของบอยเลอร์ (Boiler)
     ประเภทของเชื้อเพลิงบอยเลอร์ (Boiler) มีหลายประเภทที่ให้ความเผาไหม้ที่แตกต่างกัน ทั้งยังมีข้อดีและข้อเสีย เราจึงยกตัวอย่างของแต่ละประเภทมาเปรียบเทียบ ว่าการติดตั้งระบบเดินท่อแก๊สสำหรับบอยเลอร์ (Boiler) ดียังไง ซึ่งมีดังนี้

1. แก๊สธรรมชาติ (NGV)

     จากการที่มีการผสมแก๊สธรรมชาติกับอากาศแล้วเมื่อเผาไหม้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดควันและเขม่า ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหม้อไอน้ำก็จะต่ำ หัวเผาที่ใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงก็จะเป็นแบบง่าย ๆ สามารถใช้อุปกรณ์ทางเครื่องกลเพียง 2-3 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้ค่าบำรุงรักษาถูกลงไปด้วย ปกติแก๊สธรรมชาติจะเป็นเชื้อเพลิงที่นิยมใช้กับหม้อไอน้ำในโรงงานและไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องการเก็บสำรอง เมื่อแก๊สไฮโดรคาร์บอนผสมกับอากาศและเกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ ก็จะเหลือเพียงน้ำและคาร์บอนได้ออกไซด์เท่านั้น ดังนั้น ความคิดพื้นฐานนี้จึงได้รับความสำคัญอย่างมากสำหรับการติดตั้งหม้อไอน้ำใหม่ ๆ แบบที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง
การใช้แก๊สธรรมชาติจำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย ในทางปฏิบัติ
     ความต้องการใช้แก๊สในสหราชอาณาจักรมีเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าแก๊สธรรมชาติที่มีอยู่ยังเพียงพอกับความต้องการดังกล่าว
องค์ประกอบที่หนึ่ง โรงงานแต่ละแห่งจำเป็นต้องมีการประเมินล่วงหน้าถึงข้อจำกัดภายในที่เกี่ยวข้องกับระบบการจ่ายด้วย เพราะบางครั้งอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดหาแก๊สในช่วงของการใช้งานอย่างต่อเนื่องได้
องค์ประกอบที่สอง ก็คือความปลอดภัย ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับในเรื่องของการจัดส่ง การใช้แก๊สธรรมชาติและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งและการใช้แก๊สธรรมชาติ ควรต้องมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอด้วย

2. แก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG)

     แก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) จะมี 2 ชนิด คือ โพรเพนและบิวเทน ในทางปฏิบัติการติดตั้งหม้อไอน้ำส่วนใหญ่จะใช้โพรเพนเป็นเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตามการปฏิบัติทั้งหมดตามคำแนะนำทั่วๆ ไปที่ใช้แก๊สธรรมชาติก็สามารถนำมาใช้กับปิโตรเลียมเหลวได้เช่นเดียวกัน
     สิ่งที่จะแตกต่างกันอย่างที่ 1 คือปิโตรเลียมเหลวต้องการความสะดวกในการเก็บสำรองและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษที่จะไม่ให้เกิดการรั่วไหลขึ้น สำหรับความต้องการความสะดวกเป็นเรื่องสำคัญมากที่เกี่ยวข้องกับทั้งค่าใช้จ่ายในการลงทุนของโครงการและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการและการบำรุงรักษาโดยรวม เพราะถังที่ใช้ในการเก็บสำรองจะเป็นภาชนะที่เกี่ยวข้องกับความดัน ทำให้ต้องคำนึงถึงทั้งเรื่องของการตรวจสอบและการทดสอบประจำปีในระยะยาวด้วย ถ้าลูกค้า เป็นเจ้าของถังเก็บสำรองเองก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องการดำเนินการตรวจสอบและทดสอบด้วยค่าใช้จ่ายของตัวเองทั้งหมด ในทางปฏิบัติลูกค้าส่วนใหญ่จะเช่าถังเก็บสำรองจากผู้ขายเชื้อเพลิงเพื่อไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งการบำรุงรักษาทั่ว ๆ ไปด้วย
     ความแตกต่างอย่างที่ 2 ก็คือ แก๊สปิโตรเลียมเหลวจะหนักกว่าอากาศ แต่แก๊สธรรมชาติจะเบากว่าอากาศซึ่งอาจทำให้มีการรั่วออกไปได้ จึงจำเป็นที่ต้องกำจัดแหล่งที่มาทั้งหมดที่จะเกิดการสันดาปและการรั่วไหลจากการเปิดใช้งาน โดยทั่วไปแก๊สธรรมชาติก็จะกระจายออกไปอยู่แล้ว ในขณะที่ปิโตรเลียมเหลวจะยังคงค้างอยู่ในท่ออาคาร ในท่ออุโมงค์ ตามท่อระบายน้ำทิ้ง ห้องใต้ดินจะไม่กระจายออกไป ยกเว้นในกรณีที่มีการใช้พัดลมเป่าออกไป ลักษณะเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อการตั้งถังเก็บสำรองที่จะต้องเกี่ยวข้องกับอาคาร แอ่งน้ำ ท่อระบายน้ำ ห้องใต้ดิน เป็นต้น ซึ่งอาจมีผลต่อตำแหน่งที่วางหม้อไอน้ำด้วย

3. น้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Oil)

     น้ำมันดิบ (Crude Oil) ประกอบด้วยองค์ประกอบของไฮโดรคาร์บอนที่ซับซ้อน ผู้ใช้เชื้อเพลิงส่วนใหญ่ต้องการเชื้อเพลิงที่มีน้ำหนักเบา เช่น น้ำมันเบนซิน (Petrol) น้ำมันก๊าด (Kerosene) น้ำมันดีเซล (Diesel Oil) น้ำมันที่ใช้ให้ความอบอุ่นในอาคาร (Gas Oil) และ "ส่วนที่เหลือจากการกลั่น" ของน้ำมันเหล่านี้จะเป็นส่วนที่มีประโยชน์ที่นำไปใช้สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก อย่างไรก็ตามการแยกตัวของน้ำมันเบื้องต้นทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่มีความหนืดมากกว่าที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการจัดเก็บ การลำเลียง การเผาไหม้และการเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม

4. ถ่านหิน (Coal)

     ความสะอาดของการเผาไหม้เชื้อเพลิงแข็งยังคงเป็นปัญหามาก เพราะว่าอากาศที่จำเป็นสำหรับการเผาไหม้จะมีอยู่น้อยกว่ามวลสารของเชื้อเพลิง ด้วยเหตุนี้การเผาไหม้ถ่านหินจะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ได้แก่ ควัน (Smoke) เขม่า (Soot) สะเก็ด (Grit) และฝุ่น (Dust) เป็นต้น โรงงานที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงสมัยใหม่นี้มีการควบคุมด้วยไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor Control) ในขณะที่ในหม้อไอน้ำก็มีการปรับปรุงการออกแบบอุปกรณ์ป้อนเชื้อเพลิงให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยกำจัดปัญหาด้านมลพิษทางอากาศได้ การควบคุมการเกิดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) อย่างเข้มงวดจะประสบความสำเร็จโดยการพ่นหินปูน (Limestone Injection) เข้าไปในระบบการเผาไหม้ รวมทั้งการปรับปรุงเครื่องดักฝุ่นแบบไซโคลนและถุงกรองให้ดีขึ้น

5. ไม้สับ

     ไม้สับ เชื้อเพลิง หรือ ไม้ชิพ เชื้อเพลิง หมายถึง ไม้เบญจพรรณ ที่เหลือจากการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่จากสวนไร่นา หรือสวนผลไม้ หรือ ไม้ท่อนยูคาลิปตัสที่นำมาผ่านกระบวนการสับย่อยให้กลายเป็นชิ้นเล็กนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทนน้ำมันในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งโรงงานน้ำตาล โรงงานย้อมผ้า หรือโรงงานที่ต้องการใช้พลังงานความร้อนอย่างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ปัจจุบันมีการนำไม้ยูคาสับมีเปลือกมาเป็นไม้สับเชื้อเพลิง
ข้อดีของเชื้อเพลิงไม้สับ
- ให้พลังงานความร้อนสูง
- ค่าความชื้นต่ำกว่าไม้สับทั่วไป
- เป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน (Global Warming) เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาชีวมวลจะถูกหมุนเวียนกลับไปใช้โดยพืชเพื่อสังเคราะห์แสง (Carbon Offset)
- ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเชื้อเพลิงพลังงานฟอสซิล เช่น น้ำมันดิบ (Fuel Oil) ก๊าซธรรมชาติ (NGV) ก๊าซหุงต้ม (LPG)

6. แกลบ

     แกลบดิบถือเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมภาคการเกษตรมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อีกหลายด้าน เช่น ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยหมัก ใช้เป็นวัสดุคุมความชื้นในดิน ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ใช้เป็นแหล่งพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม อีกทั้งยังสามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานความร้อนเตาชีวมวลเพื่อใช้ทดแทนก๊าซหุงต้มได้ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง




6/5 หมู่ 10 ถนนเพชรหึงษ์ ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130
เบอร์โรงงาน : (66) 02-084-7984 , 02-100-4954 ฝ่ายบัญชี : 02-004-0773 ฝ่ายขาย : 094-990-2334 แฟกซ์ : 02-100-4908 line id: @service1977 อีเมล์ : sales@steamfilter.co.th
Steam Filter Co., Ltd.